Rebeauty

2026-09-18

การผ่าตัดดึงหน้า สิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกับ SMAS คืออะไร - Integrated Tissue Control | Taylor Plastic Surgery

การผ่าตัดดึงหน้าไม่ได้จบแค่การดึง SMAS แนะนำแนวคิด Integrated Tissue Control โดย นพ. ทักอูฮยอน จาก Taylor Plastic Surgery ที่ประเมินและปรับแต่งเนื้อเยื่อรอบข้าง ทั้งไขมันโหนกแก้ม ไขมันกระพุ้งแก้ม และต่อมน้ำลาย เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ

การผ่าตัดดึงหน้า สิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกับ SMAS คืออะไร - Integrated Tissue Control | Taylor Plastic Surgery

สวัสดีครับ นพ. ทักอูฮยอน จาก Taylor Plastic Surgery ครับ

หลายท่านอาจเคยได้ยินว่าการผ่าตัดดึงหน้านั้น การดึงชั้น SMAS เป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ยังมีอีกหลายท่านที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าขั้นตอนการผ่าตัดจริง ๆ นั้นทำอย่างไร

ในความเป็นจริง ความชราของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นที่ชั้น SMAS เพียงจุดเดียวครับ

บางท่านอาจมีไขมันบริเวณแก้มด้านหน้าหย่อนคล้อยลงมามาก บางท่านอาจมีไขมันชั้นลึกบริเวณแนวกรามเด่นชัด

หรือบางท่านปัญหาหลักอาจอยู่ที่กล้ามเนื้อคอ ไขมันใต้คาง และต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร

ในตอนที่ 1 ผมได้อธิบายถึงหลักการพื้นฐานของการผ่าตัดดึงหน้าแบบดีพเพลน (Deep Plane Facelift) และแนวคิดของชั้น SMAS ไปแล้ว สำหรับตอนที่ 2 นี้ ผมจะมาอธิบายถึงแนวคิดที่ผมให้ความสำคัญในการผ่าตัดดึงหน้า นั่นคือ Integrated Tissue Control ซึ่งหมายถึงการประเมินเนื้อเยื่อหลายส่วนไปพร้อมกันและปรับแต่งเฉพาะส่วนที่จำเป็นอย่างตรงจุดครับ

👉 [อ่านตอนที่ 1 ก่อน: การผ่าตัดดึงหน้า ไม่ใช่แค่การดึงผิวหนัง — หัวใจสำคัญของ Deep Plane Facelift]


การผ่าตัดดึงหน้า แค่ดึงชั้น SMAS ก็เพียงพอแล้วจริงหรือ?

แม้จะเป็นการผ่าตัดดึงหน้าแบบดีพเพลนเหมือนกัน แต่การใช้วิธีการผ่าตัดแบบเดียวกันกับคนไข้ทุกคนอาจไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสมครับ

ผมจึงอธิบายสิ่งนี้ด้วยแนวคิด Integrated Tissue Control ซึ่งก็คือการประเมินเนื้อเยื่อโครงสร้างต่าง ๆ ร่วมกัน และเลือกปรับแต่งเฉพาะส่วนที่จำเป็นตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

ด้านล่างนี้ผมขอแบ่งอธิบายเป็น 6 หัวข้อย่อยครับ

การผ่าตัดดึงหน้า สิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกับ SMAS คืออะไร - Integrated Tissue Control | Taylor Plastic Surgery
ก่อนผ่าตัดดึงหน้า / หลังผ่าตัดดึงหน้า

1. ต้องประเมินไขมันโหนกแก้มด้านหน้าร่วมด้วย — Malar Fat Pad

เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อไขมันบริเวณแก้มด้านหน้าจะหย่อนคล้อยลง ทำให้บริเวณโหนกแก้มด้านหน้าแบนลง และบริเวณเหนือร่องแก้มดูหนาหนักขึ้น

ในกรณีนี้ เพียงแค่ดึง SMAS จากบริเวณหน้าหู อาจไม่เพียงพอที่จะปรับตำแหน่งของแก้มด้านหน้าได้อย่างสมบูรณ์

หากจำเป็น อาจต้องพิจารณาใช้เทคนิคการย้ายตำแหน่งของ malar fat pad หรือเนื้อเยื่อไขมันบริเวณโหนกแก้มด้านหน้าไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมควบคู่ไปด้วย

สิ่งสำคัญไม่ใช่การเพิ่มวอลลุ่มให้มากที่สุดเสมอไปครับ

แต่ขั้นตอนสำคัญคือการพิจารณาโครงสร้างเดิมของใบหน้ารวมถึงความสมดุลซ้ายขวา เพื่อประเมินว่าไขมันที่หย่อนคล้อยควรถูกจัดวางไว้ตำแหน่งใดจึงจะดูเป็นธรรมชาติที่สุด

การผ่าตัดดึงหน้า สิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกับ SMAS คืออะไร - Integrated Tissue Control | Taylor Plastic Surgery 사진 2
การย้ายตำแหน่งไขมันโหนกแก้มด้านหน้า (Malar Fat Pad)

2. ไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Pad) จำเป็นต้องตัดออกเสมอไปหรือไม่?

Buccal Fat Pad หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า 'ไขมันกระพุ้งแก้ม' เป็นเนื้อเยื่อไขมันที่อยู่ลึกภายในใบหน้า

ไขมันส่วนนี้ไม่ใช่โครงสร้างที่จำเป็นต้องตัดออกในคนไข้ทุกรายครับ

ในทางกลับกัน หากตัดออกมากเกินไป เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้แก้มดูตอบหรือทำให้ใบหน้าดูซูบตอบและดูมีอายุขึ้นได้

ในทางตรงกันข้าม สำหรับคนไข้บางรายที่ไขมันส่วนนี้หย่อนคล้อยลงมาด้านล่างอย่างเด่นชัดจนทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูทึบหนา

กรณีเช่นนี้ แทนที่จะตัดออกโดยไม่พิจารณา ควรประเมินปริมาณ ตำแหน่งของไขมัน และรูปหน้าโดยรวมร่วมกัน เพื่อเลือกปรับลดบางส่วนหรือปรับย้ายตำแหน่งตามความเหมาะสม

นั่นคือ ในการผ่าตัดดึงหน้านั้น

สิ่งที่สำคัญกว่า "ต้องเอาไขมันออกเท่าไหร่"

ก็คือการประเมินว่า "ควรเก็บไขมันส่วนไหนไว้ ควรย้ายตำแหน่งส่วนไหน และควรลดปริมาณเฉพาะส่วนใด" ครับ

การผ่าตัดดึงหน้า สิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกับ SMAS คืออะไร - Integrated Tissue Control | Taylor Plastic Surgery 사진 3
การผ่าตัดดึงหน้า สิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกับ SMAS คืออะไร - Integrated Tissue Control | Taylor Plastic Surgery 사진 4
ตำแหน่งทางกายวิภาคของ Buccal Fat Pad

3. สาเหตุที่ใต้คางปูดนูน อาจไม่ได้มาจากไขมันเพียงอย่างเดียว

"มีเหนียงใต้คาง ถ้าดูดไขมันอย่างเดียวจะดีขึ้นไหมคะ/ครับ?"

นี่เป็นคำถามที่พบบ่อยมากในการให้คำปรึกษา แต่สาเหตุที่ทำให้ใต้คางดูปูดนูนนั้นมีได้หลากหลายครับ

อาจเกิดจากไขมันใต้ผิวหนังที่มีปริมาณมาก, กล้ามเนื้อคอ (Platysma) หย่อนคล้อย,

หรืออาจเกิดจากไขมันชั้นลึก หรือต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (Submandibular Gland) ที่ยื่นโป่งออกมา

โดยเฉพาะกรณีที่ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรนูนยื่นลงมาด้านล่าง การจัดการเพียงผิวหนังหรือไขมันอาจไม่สามารถสร้างแนวกรามและลำคอที่สวยงามตามที่ต้องการได้

ในกรณีเช่นนี้ จำเป็นต้องประเมินโครงสร้างชั้นลึกรวมถึงต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรตามลักษณะทางกายวิภาคของคนไข้แต่ละราย

อย่างไรก็ตาม การปรับแต่งต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรไม่ใช่ขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับคนไข้ทุกคนครับ

จำเป็นต้องประเมินความจำเป็น ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ และความสัมพันธ์กับโครงสร้างรอบข้างอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกทำเฉพาะกรณี


4. ไขมันชั้นลึกและพังผืดส่งผลต่อโครงหน้าเช่นกัน

ในบางกรณี แม้จะผ่าตัดดึงหน้าโดยขยับผิวหนังและ SMAS อย่างเต็มที่แล้ว แต่บางจุดอาจยังดูปูดหรือหนาหนักอยู่

สาเหตุอาจไม่ได้มาจากชั้นใต้ผิวหนังโดยตรง แต่อาจมาจากไขมันชั้นลึกใต้ชั้น SMAS หรือโครงสร้างพังผืด

หากจำเป็น การเก็บจัดระเบียบไขมันชั้นลึก หรือการเย็บกระชับพังผืด (Plication) จะช่วยปรับแต่งรูปทรงใบหน้าโดยรวมให้เข้าที่ได้

ด้วยเหตุนี้ การผ่าตัดดึงหน้าในปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดแค่การ 'ยกกระชับ' ผิวขึ้นด้านบนเท่านั้น

แต่ยังครอบคลุมไปถึงแนวคิดการปรับรูปทรง (Contouring) เพื่อจัดระเบียบโครงสร้างใบหน้าโดยรวมใหม่อีกด้วย


5. พิจารณาขมับและโหนกแก้มแบบเชื่อมโยงกัน

ความชราของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่แนวกรามเท่านั้น แต่ขมับ โหนกแก้ม แก้ม และแนวกราม ล้วนเป็นโครงสร้างที่เชื่อมต่อถึงกัน

บ่อยครั้งที่พบว่า พังผืดชั้นลึกบริเวณขมับ (Deep Temporal Fascia) สามารถเคลื่อนตัวและยกกระชับได้ดีกว่าที่คิด

หากมองข้ามจุดนี้ไป อาจพลาดโอกาสในการเสริมประสิทธิภาพการยกกระชับเพิ่มเติม ดังนั้นระหว่างการผ่าตัดจึงต้องตรวจสอบจุดนี้อีกครั้งเสมอ

เทคนิคนี้เรียกว่า การเย็บกระชับพังผืดขมับชั้นลึก (Deep Temporal Fascia Plication)


6. บางกรณีอาจทำร่วมกับการดูดไขมัน

ขึ้นอยู่กับรูปหน้าของคนไข้ ในบางครั้งอาจทำผ่าตัดดึงหน้าร่วมกับการดูดไขมันเฉพาะจุดในขอบเขตที่จำกัด

หากมีไขมันสะสมหนาแน่นในจุดใดจุดหนึ่ง เช่น รอบโหนกแก้ม เหนือร่องแก้ม แนวกราม หรือลำคอ การจัดเรียงเนื้อเยื่อใหม่ควบคู่ไปกับการลดไขมันบางส่วนจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การดูดไขมันไม่ได้แปลว่ายิ่งดูดยิ่งดีเสมอไป ไขมันบนใบหน้าเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ ดังนั้น การพิจารณาว่าจะคงไขมันในตำแหน่งที่จำเป็นไว้มากน้อยเพียงใดจึงมีความสำคัญมากกว่าการดูดออกมากเกินไป


เหตุผลที่การเข้าใจเส้นประสาทใบหน้ามีความสำคัญในการผ่าตัดดึงหน้า

โครงสร้างที่ต้องคำนึงถึงอย่างยิ่งในการผ่าตัด Deep Plane Facelift ก็คือ เส้นประสาทใบหน้า (Facial Nerve) ครับ

เส้นประสาทใบหน้าทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของหน้าผาก รอบดวงตา แก้ม รอบปาก คาง และลำคอ โดยแตกแขนงกระจายไปทั่วทั้งใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณขมับ โหนกแก้ม แก้ม และแนวกราม จะมีแขนงประสาทที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษระหว่างการผ่าตัด

ดังนั้น การผ่าตัดดึงหน้าแบบดีพเพลนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเลาะเนื้อเยื่อให้ลึกเท่านั้น

แต่การเข้าใจอย่างแม่นยำว่าต้องเลาะในชั้นใด เส้นประสาททอดผ่านตำแหน่งไหน และช่องว่างใดที่ค่อนข้างปลอดภัย ถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งครับ

การผ่าตัดดึงหน้า สิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกับ SMAS คืออะไร - Integrated Tissue Control | Taylor Plastic Surgery 사진 5
การผ่าตัดดึงหน้า สิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกับ SMAS คืออะไร - Integrated Tissue Control | Taylor Plastic Surgery 사진 6

Integrated Tissue Control — การผ่าตัดดึงหน้าที่มองใบหน้าและลำคอเป็นโครงสร้างเดียวกัน

สรุปคือ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญในการผ่าตัดดึงหน้า ไม่ใช่แค่การดึงเฉพาะชั้น SMAS เพียงอย่างเดียว

แต่เป็นการประเมินโครงสร้างต่าง ๆ ด้านล่างนี้ร่วมกันตามความเหมาะสมของคนไข้แต่ละราย:

โครงสร้างที่ประเมิน

บทบาทหลัก

SMAS

เชื่อมต่อเนื้อเยื่ออ่อนของใบหน้า เป้าหมายหลักในการยกกระชับ

เอ็นยึด (Retaining Ligaments)

ยึดตรึงเนื้อเยื่อ — ต้องคลายออกเพื่อให้เนื้อเยื่อเคลื่อนตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ไขมันโหนกแก้มด้านหน้า (Malar Fat Pad)

แก้ไขความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มด้านหน้า

ไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Pad)

เลือกเก็บรักษาหรือปรับลดตามความเหมาะสม

ไขมันชั้นลึกและพังผืด

ปรับแต่งกรอบหน้า (Contouring)

พังผืดบริเวณขมับ

เสริมประสิทธิภาพการยกกระชับเพิ่มเติม

กล้ามเนื้อคอ (Platysma)

จัดระเบียบแนวกรามและลำคอ

ไขมันใต้คาง

แก้ไขปัญหาเหนียงใต้คาง

ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร

ลดความนูนปูดของลำคอ (ทำเฉพาะกรณีที่จำเป็น)

จากนั้นจึงเลือกปรับแต่งโครงสร้างที่มีผลต่อความหย่อนคล้อยตามความเป็นจริง

นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า Integrated Tissue Control ครับ

การผ่าตัดดึงหน้าจึงไม่ใช่แค่การดึงรั้งผิวหนัง แต่เป็นการวิเคราะห์ว่าโครงสร้างต่าง ๆ ของใบหน้าและลำคอเกิดการเปลี่ยนแปลงจากความชราอย่างไร

และจัดวางเนื้อเยื่อแต่ละส่วนใหม่อย่างกลมกลืนเท่าที่จำเป็น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องมากกว่าครับ


การนำเสนอผลงานวิชาการ — เนื้อหาที่นำเสนอโดยตรงในการประชุมวิชาการ Severance Aesthetic Plastic Surgery Symposium

แนวคิด Integrated Tissue Control ที่อธิบายในบทความนี้ ไม่ได้เป็นเพียงข้อคิดเห็นจากประสบการณ์ทางคลินิกเท่านั้น

แต่ในเดือนมิถุนายน 2026 ในการประชุมวิชาการ Severance Aesthetic Plastic Surgery Symposium ครั้งที่ 25 ช่วง Face & Neck Lift

ผมได้บรรยายให้แก่ศัลยแพทย์ตกแต่งในประเทศเกาหลี ในหัวข้อ

"Integrated Tissue Control in Deep Plane Face-Neck Lift — การผ่าตัดดึงหน้าและคอชั้น SMAS: การดึงหน้าและคอชั้นลึกร่วมกับการจัดการเนื้อเยื่อรอบข้างที่หลากหลาย"

การผ่าตัดดึงหน้า สิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกับ SMAS คืออะไร - Integrated Tissue Control | Taylor Plastic Surgery 사진 7การผ่าตัดดึงหน้า สิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกับ SMAS คืออะไร - Integrated Tissue Control | Taylor Plastic Surgery 사진 8

งาน Severance Aesthetic Plastic Surgery Symposium เป็นหนึ่งในงานประชุมวิชาการที่ทรงเกียรติในแวดวงศัลยกรรมตกแต่งของเกาหลี

ในเวทีนี้ ผมได้นำเสนอถึงความจำเป็นและแนวทางการประยุกต์ใช้จริงของระเบียบวิธีที่ไม่ได้ประเมินเฉพาะ SMAS เพียงอย่างเดียว แต่ประเมินและปรับแต่งเนื้อเยื่อรอบข้างร่วมด้วยในการผ่าตัด Deep Plane

และได้รับเกียรติร่วมอภิปรายอย่างลึกซึ้งร่วมกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมงาน


บทส่งท้าย

แม้จะเป็นคนไข้ที่มีอายุเท่ากัน แต่รูปแบบความหย่อนคล้อยของแต่ละท่านอาจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

บางท่านปัญหาหลักคือแก้มหย่อนคล้อย บางท่านแนวกรามตกมากที่สุด และบางท่านมีความหย่อนคล้อยที่ลำคอเด่นชัด

ดังนั้น การผ่าตัดดึงหน้าจึงไม่ควรใช้วิธีการตายตัวแบบเดียวกันกับคนไข้ทุกคน

แต่ขั้นตอนสำคัญคือการเลือกปรับแต่งเนื้อเยื่อที่จำเป็นให้สอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้าและรูปแบบความหย่อนคล้อยของคนไข้แต่ละราย

หากท่านกำลังพิจารณาการผ่าตัดดึงหน้า สิ่งสำคัญคือการเข้ารับการตรวจและปรึกษาอย่างละเอียด เพื่อประเมินว่าโครงสร้างใดในใบหน้าปัจจุบันที่เป็นสาเหตุหลักของความหย่อนคล้อยครับ

ด้วยความปรารถนาดี นพ. ทักอูฮยอน Taylor Plastic Surgery

https://youtu.be/f5Hue0fDIWw

※ การผ่าตัดทุกประเภทอาจมีวิธีการและผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะทางกายวิภาค สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และประวัติการผ่าตัดในอดีตของแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

การผ่าตัดดึงหน้า ดึงแค่ชั้น SMAS เพียงพอหรือไม่?

ไม่เพียงพอครับ จำเป็นต้องประเมินและปรับแต่งเนื้อเยื่อรอบข้างร่วมด้วยตามสภาพของคนไข้แต่ละบุคคล เนื่องจากความชราของใบหน้าเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น ไขมันโหนกแก้มด้านหน้าหย่อนคล้อย ไขมันกระพุ้งแก้มปูดนูน หรือต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรยื่นออกมา ดังนั้นนอกจากชั้น SMAS แล้ว การประเมินและเลือกปรับแต่งเนื้อเยื่อหลายส่วนแบบบูรณาการจึงช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดครับ

เมื่อผ่าตัดดึงหน้า จำเป็นต้องตัดไขมันกระพุ้งแก้มออกเสมอไปหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องตัดออกเสมอไปครับ หากตัดไขมันกระพุ้งแก้มออกมากเกินไป อาจทำให้แก้มตอบลงในอนาคตหรือทำให้ใบหน้าดูซูบตอบได้ จึงต้องพิจารณาความหนาหนักของใบหน้าส่วนล่างและรูปหน้าอย่างรอบคอบ เพื่อตัดสินใจว่าจะเก็บรักษาไว้ ปรับลดลง หรือย้ายตำแหน่งให้เหมาะสมครับ

เหนียงใต้คาง สามารถแก้ไขได้ด้วยการดูดไขมันเพียงอย่างเดียวหรือไม่?

อาจไม่ได้ผลดีในทุกกรณีครับ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้ใต้คางปูดนูน สาเหตุของเหนียงใต้คางไม่ได้เกิดจากไขมันใต้ผิวหนังเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากกล้ามเนื้อคอหย่อนคล้อย ไขมันชั้นลึก หรือต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรยื่นตัวออกมา จึงต้องตรวจประเมินถึงโครงสร้างชั้นลึกก่อนเลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมครับ

เหตุใดการเข้าใจเส้นประสาทใบหน้าจึงมีความสำคัญในการผ่าตัด Deep Plane Facelift?

มีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อป้องกันอันตรายต่อเส้นประสาทใบหน้าและให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัยครับ เนื่องจากแขนงของเส้นประสาททำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของใบหน้าทั้งบริเวณขมับ โหนกแก้ม แก้ม และแนวกราม การเลาะในชั้นลึกจึงจำเป็นต้องเข้าใจเส้นทางของเส้นประสาทและระนาบการเลาะที่ปลอดภัยอย่างแม่นยำครับ

Like

ข้อมูลคลินิก

รายละเอียด
테일러성형외과 คลินิก · 서울
  • 서울특별시 강남구 논현로 868 구정빌딩 4층 (신사동)
  • 02-543-7020
  • จ.อ.ศ. 09:00-18:00พฤ. 09:00-20:00ส. 09:00-16:00
  • ผู้อำนวยการ 탁우현
  • tailorps.com
เลขทะเบียนธุรกิจ 730-66-00242